top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนCharcoal Original

Jurassic World Camp Cretaceous


ดูหนังออนไลน์

รีวิว Jurassic World Camp Cretaceous - จูราสสิค เวิลด์ ค่ายครีเทเชียส

เราคงรู้อยู่​เเล้ว​ว่า​ Jurassic​ World นั้นเป็นบทส่งต่อ​ของ​เเฟรน​ไชส์​ไดโนเสาร์​ในตำนานอย่าง​ Jurassic Park เเต่​ตอนนี้​ทางดรีมเวิร์คส์เเละเน็ตฟลิกซ​์​ ก็ได้สร้าง Animation​ ภาคเเยก​มาเเล้ว รีวิว Jurassic World Camp Cretaceous - จูราสสิค เวิลด์ ค่ายครีเทเชียส


เรื่องย่อ


วัยรุ่นหกคนที่ได้รับเชิญให้ไปเข้าค่ายผจญภัยสุดล้ำบนเกาะอิสลานูบลาร์ต้องร่วมมือกันหาทางเอาชีวิตรอด เมื่อเหล่าไดโนเสาร์หลุดออกมาอาละวาด


 

การต่อยอดจากจูราสสิคปาร์คของค่ายดรีมเวิร์คร่วมกับ Netflix มาเป็นแอนิเมชั่นเด็กผจญภัยลุ้นระทึกภายใต้เส้นเรื่องแบบเดิม เมื่อปาร์คกลายเป็นฝันร้ายไดโนเสาร์หลุดออกมาอีกครั้ง ตัวเรื่องมีทั้งหมด 8 ตอนจบซีซั่น ตอนละ 24 นาทีเท่ากันหมด


เนื้อเรื่อง


เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่เคยดูแฟรนไชนส์จูราสสิคปาร์คนี้แน่นอน ดังนั้นก็คงไม่ต้องเกริ่นถึงแบ็คกราวด์เรื่องราวอะไรมากในรีวิวนี้นะครับ เพราะแม้จะเปลี่ยนเรื่องใหม่มาเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น 6 คน แต่โครงเรื่องก็ยังเป็นแบบเดิมที่ขึ้นต้นด้วย กลุ่มตัวเอกหลายคนมารวมกันที่เกาะแห่งนี้


ก่อนจะเจอกับความซวยไดโนเสาร์หลุดจากน้ำมือมนุษย์บนเกาะที่โลภแบบเดิมๆ แต่คราวนี้เป็นดูหนังออนไลน์รูปแบบแอนิเมชั่นที่ใช้เรตเพียงแค่ 7 ปีสำหรับเด็กดูได้ (ของภาพยนตร์เป็น PG13) ความรุนแรงของภาพก็จะเบาลงไป แต่ความตื่นเต้นระทึกขวัญยังคงอยู่เหมือนเดิม


การดำเนินเรื่อง


ตัวเอกของเรื่องในภาคนี้คือ “ดาเรียส” เด็กหนุ่มผิวดำที่ชอบเล่นวิดีโอเกมจูราสสิคปาร์คและจดจำรายละเอียดต่างๆ ของไดโนเสาร์ได้เป็นอย่างดี และก็ชนะเกมจนได้รางวัลมาที่เกาะนี้เพื่อแคมป์ครั้งแรกก่อนเปิดตัวค่ายครีเทเชียสที่เป็นส่วนสำหรับเด็ก


ซึ่งคนที่เหลือจะประกอบไปด้วย “บรุ๊คลิน” เด็กสาวที่เสพติดการทำแชนแนลโซเชียลมีเดีย เป็นป๊อบสตาร์ออนไลน์ที่มีผู้ติดตาม 27 ล้านคน “แซมมี่” เด็กสาวชาวไร่ที่เป็นมิตรกับทุกคน “ยาซ” เด็กสาวนักวิ่งที่มีนิสัยเก็บตัวไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร “เบน” หนุ่มน้อยที่ขี้กลัว อ่อนแอ ไม่ค่อยกล้าเผชิญหน้ากับอะไรต่างๆ ที่ดูอันตราย “เคนจิ” ลูกชายเจ้าของโรงแรมบนเกาะ ที่มาเข้าแคมป์เหมือนแค่พักร้อน


ตัวเรื่องใน 3 ตอนแรกเป็นแนวเรื่องเด็กๆ มาก แต่ละตอนคือเด็กกลุ่มนี้ผลัดกันทำเรื่องนอกกฎแคมป์จนมาเจอไดโนเสาร์เข้า และก็รอดตายมาได้แบบฟลุ๊คๆ แต่ก็ไม่เข็ดยังหาเรื่องไปเสี่ยงอีก ซึ่งทำเอาการรับชม 3 ตอนแรกนี่อาจจะหงุดหงิดกับการสร้างให้ตัวละครเด็กกลุ่มนี้


ดูเป็นเด็กเจ้าปัญหาที่พยายามหาเรื่องใส่ตัวแบบหนังเด็กๆ ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมาก อย่างการที่บรุ๊คลินอยากได้ไลค์จากผู้ติดตามเพิ่มก็ไปเสี่ยงถ่ายวิดีโอกับไดโนเสาร์อันตราย หรือเคนจิที่พาดาเรียสไปชมที่ลับเขตหวงห้ามจนเจอ คาร์โนทอรัส ไดโนเสาร์ที่มีเขาบนหัวเหมือนวัว


และก็ถูกเคนจิตั้งชื่อเรียกว่าเจ้าวัว ซึ่งเจ้าวัวนี้เองเป็นตัววายร้ายสุดของเรื่องที่จะตามจองเวรกลุ่มเด็กไปจนจบเหมือนพวกตระกูลทีเร็กซ์ในภาคก่อนๆ ซึ่งการที่บทช่วงแรกเขียนให้เด็กวอนหาเรื่องเองทำให้ดูแล้วไม่รู้สึกอยากเอาใจช่วย และพาลให้รู้สึกว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้บทน่าจะงี่เง่าไม่เมคเซนส์แบบนี้ไปจนจบแน่ๆ


แต่ก็กลายเป็นว่าผิดคาดเมื่อตอน 4 เป็นต้นไปเรื่องเว็บดูหนังเริ่มเข้าสู่ช่วงหายนะตามสูตรสำเร็จของแฟรนไชนส์ แม้จะรู้สึกว่ามุกนี้อีกแหละ น่าเบื่อมากกับการให้นักวิทยาศาสตร์ในเรื่องเป็นต้นเหตุ อย่างการออกแบบไดโนเสาร์ที่ดุร้ายเป็นพิเศษ


ความโลภต้องการเอาเทคโนโลยี DNA นี้ไปขาย จนสุดท้ายไดโนเสาร์ก็หลุดการควบคุมออกมาไล่ล่าพวกคนบนเกาะ แต่เรื่องไม่ได้โฟกัสไปที่ใครอื่นนอกจากเด็ก 6 คนนี้ที่พยายามเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ และก็เจอกับไดโนเสาร์ตัวร้ายแต่ละพันธ์ตามแบบหนังจูราสสิคเวิลด์ทั้งนั้น


ซึ่งก็มี อินดอมินัส เร็กซ์ ตัวร้ายจากภาพยนตร์ที่เป็นไดโนเสาร์ตัวเดียวที่ไม่ได้มีอยู่จริง มาเป็นไฮไลท์ช่วงกลางเรื่อง คู่กับโมซาซอรัส ไดโนเสาร์ใต้น้ำที่คราวนี้มีบทเด่นที่แอนิเมชั่นทำออกมาได้น่ากลัวและตื่นเต้นมากกว่าภาพยนตร์ซะอีก


ด้านคุณภาพงานต่างๆ


แม้ภายนอกถ้าดูเผินๆ เรื่องอาจจะดูไม่น่ากลัวหรือตื่นเต้น ยิ่งตัวละครดูเป็นการ์ตูนๆ กับคาแรกเตอร์ที่ดูพื้นๆ ตามสูตรมาก แต่พอเป็นแอนิเมชั่นก็มีข้อดีตรงทำให้ครีเอทฉากเว่อร์ๆ ได้ง่ายกว่าการใช้ CG ร่วมกับคนแสดงที่ลงทุนมหาศาล


และนี่เป็นงานของดรีมเวิร์คเองซึ่งก็ทำการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์ออกมาได้ลื่นไหลดีเลย ขอยืนยันว่าอารมณ์ระทึกน่ากลัวของเรื่องยังมีอยู่ใกล้เคียงเดิม แม้เรตจะลดลงไม่เห็นใครถูกกิน หรือมีเลือดกับความรุนแรงให้เห็นแม้แต่แวบเดียวก็ไม่มี ตัวฉากครีเอทจังหวะการไล่ล่าหลบหนีของเด็กในเรื่องได้แปลกใหม่หลายครั้งเลย


และไม่ได้มีมุกซ้ำภาพยนตร์มาก (แม้จะมีมุกไดโนเสาร์โง่ๆ ถูกหลอกไปตามเสียงแบบในภาพยนตร์ต้นฉบับอยู่บ้าง) แต่ก็ต้องยอมมองข้ามการเอาตัวรอดบางครั้งที่ดูเป็นการ์ตูนไม่สมจริง อย่างการตกที่สูงเว่อร์ๆ แล้วไม่ตาย หรือการบ้าบิ่นทำอะไรที่ดูเกินจากความเป็นไปได้มาก


หรือเรื่องแบบไดโนเสาร์เพื่อนรักของเบนที่ดูการ์ตูนมากๆ ซึ่งในภาพยนต์คงไม่มีฉากแบบนี้แน่ๆ ถ้ามองข้ามพวกนี้ไปได้ ส่วนนี้ก็ดูเพลินๆ สนุกสนานไปกับเรื่องได้เลยครับ

รีวิว Jurassic World Camp Cretaceous

บทตัวละคร


ตัวบทเฉลี่ยความสำคัญให้กับทุกตัวละครได้ดีเลยทีเดียว แม้ดาเรียสที่เป็นตัวเอกอาจจะเด่นกว่าสักนิด เมื่อเป็นมันสมองคิดหาทางออกให้กับคนในทีม จากประสบการณ์ที่เล่นวิดีโอเกมจูราสสิคสุดหินและจบเกมได้คนเดียวในโลก


และก็มีดราม่าปมครอบครัวกับพ่อแซมมานิดหน่อย “บรุ๊คลิน” ดูเหมือนนางเอกเจ้าปัญหาที่เสพติดมือถือ “แซมมี่” มีความลับปกปิดไว้มากกว่าที่เห็น และเป็นตัวละครที่เปิดใจราซ “เคนจิ” เด็กรวยขี้อวดก็จะได้เติบโตขึ้น “เบน” ก็จะได้บทก้าวข้ามนิสัยขี้กลัวของตัวเอง


และเป็นตัวละครที่มีบทแอบเซอไพรส์ของเรื่องอยู่ด้วย เพียงแต่ช่วงแรกบทพูดกับการกระทำของทุกคนอาจจะดูน่ารำคาญ แต่พอเข้าตัวเรื่องหายนะตัวละครเหล่านี้จะดูดีขึ้นมาก


และก็รู้สึกว่าไม่เป็นปัญหาอีกแล้ว อาจจะเรียกว่าเหมือนแนวการเติบโต Coming of Age เล็กๆ ก็ได้ เมื่อแต่ละคนได้เปลี่ยนแปลงนิสัยไม่ดีของตัวเองผ่านการผจญภัยสุดโหดถึงตายได้จริงครั้งนี้


โดยรวม


ตัวเรื่องมีตอนจบที่แอบผิดคาดเหมือนกัน เมื่อเรื่องจบลงแบบไม่สวยงาม แฮปปี้เอนดิ้งแบบในภาพยนตร์เหมือนทุกครั้ง (เอาตัวรอดหนีจากเกาะได้) และก็ทิ้งปมใหญ่ไว้พอสมควร ซึ่งต่อจากนี้น่าจะสนุกขึ้นมากเมื่อเรื่องไม่ต้องมีการปูเรื่องแบบเด็กๆ ในช่วงแรกของซีซั่นนี้แล้วครับ


ซึ่งมีต่อแน่นอนเพราะนี่เป็นงานสร้างของดรีมเวิร์คเอง ไม่เคว้งแน่นอนครับ


สรุป


จูราสสิคปาร์คในแบบแอนิเมชั่นเรตเด็กลงกว่าภาพยนตร์ ช่วง 3 ตอนแรกเหมือนหนังเด็กวอนหาเรื่องไม่สมเหตุผลจนน่าหงุดหงิด แต่พอพ้นช่วงนั้นไปเข้าสู่หายนะเดิมๆ ของแฟรนไชนส์นี้เมื่อไดโนเสาร์หลุด ตัวเรื่องสนุกขึ้นมาก


และก็มีหลายฉากที่หยิบเอาตัวร้ายจากจูราสสิคเวิลด์มาทำแบบแอนิเมชั่นได้ตื่นเต้นระทึกมากไม่แพ้ภาพยนตร์เลย พร้อมตอนจบที่ผิดคาด กับการขึ้นเรื่องใหม่ไปต่อซีซั่น 2 ครับ

ดู 216 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
bottom of page